แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำโปรแกรม ArcView GIS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำโปรแกรม ArcView GIS แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

แนะนำโปรแกรม ArcView GIS (ใช้ทำงานในกลุ่มงานGIS)

แนะนำการใช้โปรแกรม ArcView GIS
(Introduction to ArcView GIS)
1.1 แนะนำโปรแกรม ArcView GIS
1.1.1 ArcView คืออะไร
• ArcView เป็นซอฟต์แวร์ด้าน Desktop Mapping และ GIS (Geographic Information System) ที่สามารถแสดงข้อมูล สร้างข้อมูล แก้ไขข้อมูล สอบถามข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ (geographic data) ทั้งข้อมูลเชิงพื้นที่ (spatial data) และข้อมูลเชิงคุณลักษณะ (attribute data)
• ArcView เป็นซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะการใช้งานเป็นแบบ Graphical User Interface (GUI) ซึ่งสะดวกต่อการใช้งาน
• ข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดย ArcView จะอยู่ในรูป shape file ซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกับโปรแกรม GIS และโปรแกรมด้าน Image Processing อื่นได้ เช่น ENVI, ERDAS, MapInfo หรือ Arc/Info เป็นต้น
• ArcView สามารถเข้าถึงข้อมูลของโปรแกรม ARC/INFO ได้โดยตรง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ESRI (Environmental System Research Institute) และสามารถเข้าถึงข้อมูลกราฟฟิกเชิงราสเตอร์ (Image file) ได้ ดังแฟ้มข้อมูลรูปแบบต่อไปนี้ BMP, BSQ, BIL, BIP, GRID, TIFF, TIFF/LZW compressed และ IMPELL Bitmaps
1.1.2 ArcView ทำอะไรได้บ้าง
• ArcView เป็นมากกว่า Desktop mapping นอกเหนือจากผลิตและแสดงภาพแผนที่ที่มีคุณภาพแล้ว ArcView ยังสามารถใช้งานเพื่อ
- สอบถามและเรียกค้นคืนข้อมูลภูมิศาสตร์
- การกำหนดค่าพิกัดภูมิศาสตร์ให้กับข้อมูล (Geocoding Address)
- สร้างและแก้ไขข้อมูลภูมิศาสตร์
- การแสดงภาพข้อมูลทางภูมิศาสตร์จากหลายแหล่งข้อมูล
• สามารถดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลภายนอก (SQL databases)
• สามารถเขียน Script ด้วยภาษาโปรแกรม Avenue ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของ ArcView ให้เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ และสามารถสร้างชุดคำสั่งใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานที่ต้องการ
• มี Extension เพิ่มความสามารถในการทำงานด้านต่าง ๆ
- CadReader : เพิ่มความสามารถในการอ่าน, แสดงภาพ และวิเคราะห์ แฟ้มข้อมูลกราฟฟิกเชิงเส้น เช่น AutoCAD (.dwg หรือ .dxf) และ Microstation (.dgn) เป็นต้น
- Database Themes : เพิ่มความสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ใน ESRI’s Spatial Database Engine (SDE) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่ถูกจัดเก็บอยู่ในรูปแบบความสัมพันธ์ของตารางฐานข้อมูล
- Digitizer : สามารถใช้ digitizing table เพื่อการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ ArcView
- IMAGINE Image Support : สนับสนุนแฟ้มข้อมูลภาพจากโปรแกรม ERDAS IMAGINE (.img)
- Extension ที่สนับสนุนในการรับแฟ้มข้อมูลกราฟฟิกแบบราสเตอร์ เช่น JPEG, JFIF, GeoTIFF. GeoJPG, MrSID, CIB, CADRG, NITF, ADRG เป็นต้น
- Geoprocessing : เป็น extension ที่ช่วยในการสร้างข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ใหม่ขึ้นมากจากชั้นข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อตอบคำถามเชิงของพื้นที่ได้ เช่น การซ้อนทับข้อมูล (Overlay) หรือ การสร้างพื้นที่แนวกันชน (Buffering) เป็นต้น
- Spatial Analyst : สนับสนุนการวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองเชิงพื้นที่ (spatial model)
- Model Builder : มาพร้อมกับ Spatial Analyst version 2 เป็นเครื่องมือที่ใช้รูปภาพในการจำลองการทำงาน เพื่อสร้าง workflow สำหรับการทำงาน Geoprocessing สร้าง Scripts เพิ่มความเร็วในการออกแบบ และการจำลองขบวนการ Geoprocessing ที่มีความสลับซับซ้อนให้เห็นว่าสามารถทำงานได้จริง
- 3D Analyst : สนับสนุนการสร้างแบบจำลองพื้นผิว (surface model) และการมองภาพสามมิติ (3D visualization)
- Network Analyst : สนับสนุนในการแก้ไขปัญหางานที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองเส้นทาง โดยการใช้หลักการของโครงข่ายทางภูมิศาสตร์ (Geographic Networks) เช่น การค้นหาเส้นทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็นต้น
1.1.3 Desktop GIS คืออะไร
• ซอฟต์แวร์ ที่เชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงคุณลักษณะเข้าด้วยกัน และสามารถใช้งานบนเครื่อง PC โดยมีความสามารถดังนี้ (Environmental System Research Institute, 1996)
- นำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนที่
- วิเคราะห์หาตำแหน่งที่ตั้ง
- หาตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมตามเงื่อนไขที่กำหนด
- แสดงภาพแผนที่เพื่อการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ด้านต่างๆ
- รวมข้อมูลจากหลายๆ แหล่งลงแผนที่ และปรับปรุงภาพแผนที่ได้ง่าย
1.1.4 Desktop GIS ทำงานอย่างไร
• เชื่อมโยงวัตถุ (feature) บนแผนที่ เข้ากับข้อมูลรายละเอียดของวัตถุนั้นๆ ที่เรียกกว่า ข้อมูลเชิงคุณลักษณะ (Attribute data)
- สอบถามข้อมูลเชิงพื้นที่ได้จากข้อมูลเชิงคุณลักษณะ
- สอบถามข้อมูลเชิงคุณลักษณะได้จากข้อมูลเชิงพื้นที่
• จัดการกับข้อมูลเชิงคุณลักษณะและข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่านชั้นข้อมูลที่เรียกว่า “THEME”
1.1.5 ลักษณะของ ArcView interface จะมีส่วนประกอบดังนี้
Button bar
Menu bar
Tool bar
Status bar
1.1.6 ArcView Projects
• ประกอบด้วย ArcView document
• จัดเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ (.apr) อ้างถึงข้อมูลต่าง ๆ
• แสดง Document ทั้งหมดใน Project windows
1.1.7 แนะนำการใช้ Views และ Themes
• Theme ประกอบด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงคุณลักษณะที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
• Views สามารถประกอบด้วย Theme มากกว่า 1 Theme
• แต่ละ Theme จะมีชื่อ Theme และสัญลักษณ์แสดงใน Table of Contents
1.1.8 ใช้งาน Theme แบบง่าย ๆ
• ปิด-เปิด Theme โดย click ที่ Check box ที่หน้าชื่อของ Theme
• ทำ Theme ให้ Active ขึ้น
• เปลี่ยนลำดับการวางโดยการ Dragging
1.1.9 แนะนำการใช้ Table (ตาราง)
• ใช้แสดงรายละเอียดข้อมูลเชิงคุณลักษณะ
• แสดงรายการข้อมูล (record) และเขตข้อมูล (field)
• แสดงข้อมูลเชิงคุณลักษณะของแต่ละ Features ใน Theme นั้น ๆ แนะ

1.1.10 แนะนำการใช้ Chart
• ใช้แสดงข้อมูลในรูปแบบกราฟ
• สามารถแสดงกราฟเปรียบเทียบข้อมูลเชิงคุณลักษณะ
1.1.11 แนะนำการใช้ Layouts
• สามารถสร้างแผนที่เพื่อการนำเสนอ
• แสดง Document (View, Tables, Charts) และรูปภาพ (Graphic)
• สามารถแสดงผลข้อมูลทางเครื่อง Monitor Printer และ Plotter
1.1.12 แนะนำการใช้ Scripts
• เป็นโปรแกรมการแก้ไขข้อความ (Text editor) โดยใช้สำหรับเขียนโปรแกรมด้วยรหัส (code) Avenue
• Avenue scripts เป็นโปรแกรมที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ArcView
- สร้างชุดคำสั่งเพื่อการใช้งานอัตโนมัติ
- เพิ่มคำสั่งใหม่ในการใช้งาน
- สร้างโปรแกรมประยุกต์ที่เหมาะสมกับความต้องการ
1.1.14 การใช้ระบบ Help ของ ArcView
- Online help
- Help for button, Tools, Menus
- Help topics: Contents, Index, and Find
- Help for dialogs: กดปุ่ม"F1" key
1.2 การนำข้อมูลเข้าสู่โปรแกรม ArcView
1.2.1 การสร้าง View และ Theme
คุณลักษณะของ View Document
• แต่ละ Project ประกอบด้วย View ได้มากกว่า 1 View
• View เป็นส่วนที่ใช้แสดง Themes ซึ่งมาจากแหล่งข้อมูลหลากหลายประเภท
• Theme แทนด้วยภูมิลักษณ์ (feature) 3 ประเภท คือ Point Line และ Polygon
1.2.2 แหล่งข้อมูลสำหรับ Theme
• ArcView shapefile เป็นข้อมูลมาตราฐานในรูปแบบกราฟฟิก ของโปรแกรม ArcView ซึ่งสามารถสร้างขึ้นมาและแก้ไขได้โดยตรงด้วย ArcView
• ARC/INFO coverage
• ชั้นข้อมูลต่างๆ ของ ARC/INFO Map Libraries หรือ ฐานข้อมูล Arcstorm
• CAD drawing เช่น AutoCAD (.dwg หรือ .dxf) และ Microstation (.dgn) เป็นต้น
• ข้อมูลที่ถูกจัดการด้วย Spatial Database Engine (SDE)
1.2.3 แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมของ Theme
• Image data หรือ Scanned map ซึ่งมีโครงสร้างข้อมูลเชิงกริด (Raster format)
• ข้อมูลแบบตาราง
- ข้อมูลจากฐานข้อมูล SQL เช่น Access, Oracle
- แฟ้ม dBase
- ตาราง INFO
- แฟ้ม text ที่แยก fields ด้วย tabs หรือ commas
1.2.4 ขั้นตอนในการสร้าง View
• Open หรือ New Project
• สร้าง View ใหม่ โดยการ Click ที่ปุ่ม “New” ใน Project Window
• ชื่อ View ใหม่จะปรากฎใน Project Windows
• View Document Window จะปรากฎใน ArcView application windows
1.2.5 การนำเข้า Theme
• Click ปุ่ม Add Theme
• เลือกข้อมูลที่ต้องการนำเข้า
• ข้อมูลที่ถูกเลือกจะปรากฏ Theme ใหม่ใน View
1.2.6 ข้อมูลที่ประกอบด้วย Feature Types หลายประเภท
• Folder ที่ประกอบด้วย Feature Types มากกว่าหนึ่งประเภท เช่น Arc/Info Coverage
• Click ที่ Folder เพื่อแสดง Feature ย่อย
1.2.7 การนำเข้า Image Theme
• Click ปุ่ม Add Theme
• เลือกประเภทข้อมูลที่ต้องการนำเข้าเป็นประเภท Image Data Source
• Image Theme จะปรากฎใน View Document Window
1.2.8 การนำเข้า Theme จากชุดข้อมูลค่าพิกัด x,y
• เลือกหรือคลิกที่ปุ่ม “Table” Icon ใน Project Window
• คลิกปุ่ม “Add“ เพื่อนำเข้าข้อมูลในรูปของแฟ้มข้อมูล Text file หรือ ฐานข้อมูล dBase
• เลือกแฟ้มชุดข้อมูลค่าพิกัดที่เก็บในรูปแฟ้ม dBase เพื่อนำมาเก็บในรูปของตารางใน Table Document
• สร้าง Theme ใหม่จากตาราง โดยเลือกคำสั่ง Add Even Theme จากเมนู “View” ใน View Document Window
• กำหนดค่าพิกัดแกน X และ Y จากเขตข้อมูล (filed) ในแฟ้มข้อมูล dBase
• Theme ใหม่จะปรากฏใน View Document Window
1.2.9 รายละเอียดตารางข้อมูลเชิงคุณลักษณะของ Theme
• แสดงรายละเอียดข้อมูลเชิงคุณลักษณะของประเภทข้อมูลใน Theme
• 1 รายการข้อมูล (record) คือ 1 ภูมิลักษณ์ (feature)
• มีเขตข้อมูล (Field) ชื่อ “Shape” เพื่อแสดงประเภทของข้อมูลภูมิลักษณ์ (feature)
• มี Geometry และเขตข้อมูล “identification” field เมื่อ Theme ถูกสร้างจากข้อมูล ARC/INFO coverage ซึ่งจะขื้นอยู่กับชนิดของ feature
1.2.10 การจัดเก็บข้อมูล Project
• จากเมนู File เลือกคำสั่ง “Save Project” งานที่ทำเก็บเป็น Project โดยโปรแกรมจะทำการบันทึกข้อมูลที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วย
- ชื่อของ Project
- ตำแหน่งของ Window ต่างๆ
- ลักษณะของ Feature ที่ถูกเลือก
- การแสดงผล Theme ต่างๆ ใน Project

แหล่งที่มา http://www.agi.nu.ac.th/agmis/download/publication/438_file.pdf